ทำไม่ Uniqlo ถึงเป็นร้านค้าปลีกที่ดีที่สุด และใส่ใจในเรื่อง UX มากที่สุด

ทำไม่ Uniqlo ถึงเป็นร้านค้าปลีกที่ดีที่สุด และใส่ใจในเรื่อง UX มากที่สุด

หลังจากที่ Uniqlo ได้เปิดตัวในบ้านเราได้ไม่นาน ผมก็ได้มีโอกาสไปใช้บริการอยู่หลายครั้ง ซึ่งการไปแต่ละครั้ง ก็ยังประทับใจในบริการเสมอ  (แต่ความจริง ผมอาจจะไม่เคยมีประสบการณ์ในร้านอื่นก็ได้ เลยรู้สึกว่าที่นี่เขาบริการดีมาก)

ด้วยความที่ผมค่อนข้างเป็นแฟน Apple ผมจึงศึกษาเรื่องของ Apple มาบ้างพอสมควร โดยเฉพาะเรื่อง Apple Store ที่ทางบริษัทได้ใส่ใจเรื่องพนักงานและการบริการอย่างมาก จน Apple Store ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นร้านค้าที่บริการได้ดีเทียบเท่าโรงแรม 4 Season (โรงแรมหรูระดับโลก) เพราะว่าสตีฟ จ๊อบส์ ได้แนวคิดการบริการมาจากโรงแรมแห่งนี้

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับร้านขายเสื้อผ้า?

ความจริงก็ไม่เกี่ยวซะทีเดียว แต่เนื่องจากประเทศไทย ยังไม่มี Apple Store ที่เป็นของ Apple จริงๆ ซึ่งในบ้านเรานั้นมีแต่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น ทำให้เราไม่สามารถคาดหวังการบริการระดับโลกแบบ Apple Store จริงๆ คงไม่ได้ และคงไม่สามารถไปหาประสบการณ์บริการดีๆ แบบนี้มาจากที่ไหนได้ (ถ้าไม่ใช่โรงแรมหรู หรือร้านอาหารแบบแพงๆ)

แต่หลังจากที่ผมได้ไปสัมผัสกับบรรยากาสของร้าน Uniqlo แล้ว ผมบอกได้เลยว่า Uniqlo คือ Apple Store ที่ขายเสื้อผ้า!

เอาตั้งแต่ความรู้สึกตั้งแต่ที่เดินเข้าไป ร้าน Uniqlo มักจะทำพื้นเป็นลายไม้ (หรืออาจจะไม้จริงๆ) ให้ความรู้สึกเหมือนกับเรากำลังอยู่บ้าน พนักงานทุกคนที่ถูกเทรนด์มาด้วยหัวหน้าชาวญี่ปุ่น ซึ่งเคร่งครัดเรื่องการทักท้ายและช่วยเหลือลูกค้าอยู่เสมอ (อันนี้ผมไปแอบหาข้อมูลมา) แถมไม่มีพนักงานมาคอยยืนกดดันอีกด้วย (บางครั้งถ้าพนักงานเห็นเราถือของอยู่ เขาจะเอาตะกร้าเข้ามายื่นให้ด้วยแฮะ)

และที่สำคัญ ราคามันถูกมากกกก (เข้าทีไร หมดเป็นพันทุกที ; w ; )

ซึ่งถือว่า Uniqlo ทำการบ้านเรื่อง User Experience มาดีมาก เพราะผมรู้สึกว่าเขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การจัดวางสินค้า ช่องว่างระหว่างชั้นวางสินค้า หรือแม้กระทั่งช่องคิดเงินของ Uniqlo ซึ่งเขาจะไม่ปล่อยให้ลูกค้าต้องยืนรอนานเด็ดขาด คือถ้ามี 10 ช่อง ก็จะเรียกคนมาเปิดให้ครบสิบช่อง (ไม่เหมือน 7-11 นะที่มี 3 ช่องเปิดอยู่ช่องเดียว = =” )

และที่เด็ดสุด เป็นสิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจเขียนบทความนี้

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ (เงินเดือนออก) ผมไปซื้อสินค้าร้าน Uniqlo เหมือนเดิม และเขามีโปรโมชั่นถ้าซื้อครบ 1,000 จะลดทันที 100 บาท

ผมก็ว่าน่าสนใจดีแฮะ ปกติจะไม่ค่อยมีโปรโมชั่นแบบนี้ แต่ว่าต้องแลกกับการ Add Line ของ Uniqlo เป็นเพื่อนก่อน

โดยทางร้านจะมี QR Code ติดอยู่ทุกเค้าท์เตอร์อยู่แล้ว แค่เราแสกนแล้ว Add Line ก็จบ

จากนั้นพนักงานก็จะขอยืมมือถือเราไปเช็คอะไรสักอย่าง พนักงานก็ทำท่ากดๆๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขาเช็คอะไร ตอนนั้นคิดในใจว่า เขาอาจจะใส่มือถือเราไปใส่โค๊ดอะไรสักอย่าง เพื่อให้ได้รหัสส่วนลดมา หรืออะไรทำนองนี้

หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไร จนมาถึงที่ห้อง ก็ลองเปิดดู Line ของ Uniqlo เพื่อดูว่าเมื่อกี้พนักงานมันพิมพ์อะไรไปฟระ

ปรากฏว่า เขาก็ไม่ได้พิมพ์อะไรไปนี่หว่า

แล้วเขาเอามือถือเราไปทำอะไร? ไปแอบดูข้อความลับอะไรหรือเปล่าฟระ  ; w ;

แต่สุดท้าย สายตาดันไปสะดุดอะไรบางอย่างเข้า (ที่ลูกศรชี้)

uniqloline

เหยดดดดแหม๋ (กรุณาทำสำเนียงคนใต้)

เขายืม Line เราไปเพื่อกดหมูเต๊ะ (Mute) Line ของ Uniqlo!

คือแบบเฮ้ย ตกใจมาก ผมไม่คิดว่าจะมีบริษัทไหนในโลก (โดยเฉพาะในไทย) ที่ยอมเสียเงิน 2 ล้านกว่าบาท เพื่อสร้าง ID Line แต่ดันมาปิดแจ้งเตือนให้ลูกค้า

นี่มันยิ่งกว่าความใส่ใจในลูกค้าแล้ว

ทำให้ผมตัดสินใจได้ไม่ยากเลยที่จะเขียนบทความนี้ และมั่นใจว่า Uniqlo เป็นร้านที่ใส่ใจในความรู้สึกและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้ามากที่สุดจริงๆ

ใจผมละอยากให้ผู้บริหารของ Uniqlo สร้าง Apple Retail Store จริงๆ รับว่าพวกร้าน iStudio ที่เชิ่ดๆใส่ลูกค้าได้ดับกันเป็นแถวแน่ๆ ถถถถถ๙

และด้วยเหตุนี้แหละครับ ผมขอยกให้ Uniqlo เป็นร้านค้าปลีกที่ดีที่สุดสำหรับผม

(จบดื้อๆมันงี้แหละ หมดมุก)

ปล. ถ้าข้อมูลผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย โดยเฉพาะเรื่อง Line ไม่รู้ว่า Line เขาอัพเดทใหม่ ให้ Mute ทันทีที่ Add เลยหรือเปล่า

ปล. ฝากกดไลค์เพจด้วยครัช แล้วจะมาเขียนเรื่องมันส์ๆ ให้อ่านอีกครับ