กรณีศึกษา : การทำ User Research ต้นทุน 0 บาท โดยคุณตัน อิชิตัน

กรณีศึกษา : การทำ User Research ต้นทุน 0 บาท โดยคุณตัน อิชิตัน

กรณีศึกษาวิธีการทำ User Research จากเรื่องเล่าของคุณตัน อิชิตัน บทเวทีทอคโชว์ “หนึ่งตัน” โดยการออกไปสัมภาษณ์ และสังเกตพฤติกรรมของลูกค้า ด้วยตัวเอง และนำมาปรับปรุงประยุกต์ใช้กับสินค้าของตัวเอง

ผมได้มีโอกาสดูทอคโชว์ของคุณตัน ที่ชื่อว่า “หนึ่งตัน” ก็นานมาแล้ว (ซึ่งสามารถซื้อได้ตามร้าน 7-11 ทั่วไป) และพึ่งระลึกชาติได้ และพบว่าสิ่งที่คุณตันมันคือส่วนหนึ่งของศาสตร์ UX Design ผมเลยกลับไปดูอีกครั้งและนำมาเขียนบทความนี้

ปล. สิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ คือสิ่งที่คุณตันพูดในทอคโชว์ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ความจริงก็ได้ครับ แต่ให้เราคิดเสียว่า เป็นกรณีศึกษาที่เราสามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งผมมั่นใจว่า เบื้องหลังความสำเร็จของคุณตัน ยังมีทีมงานอีกหลายชีวิตครับที่ช่วยอยู่ครับ

ส่งมอบ Solution ให้ลูกค้า

คุณตันได้มีโอกาสไปเจอนำ้สมุนไพรของจีนชนิดหนึ่ง ชื่อว่าจับเลี้ยง ซึ่งมีสรรพคุณหลักคือ ช่วยคลายร้อนได้ ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศของเมืองไทยมาก ทำให้คุณตันเกิดไอเดียว่าถ้าเอามาขายในประเทศไทย น่าชะช่วยให้คลายร้อนได้บ้าง

สังเกตพฤติกรรมของลูกค้า

คุณหลังจากได้สูตรและส่วนผสมทุกอย่างพร้อมแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่ตั้งชื่อสินค้าเท่านั้น ซึ่งทีมงานและคุณตันใช้เวลาในการคิดชื่อค่อนข้างนาน ได้ชื่อมาเป็นร้อยๆ ชื่อ แต่ไม่มีถูกใจสักชื่อ

จนกระทั่งคุณตันได้ไปเจอพฤติกรรมของลูกค้า(โดยบังเอิญ) โดยมีป้าคนหนึ่ง ใช้หลานชายของเขาให้ไปซื้อเครื่องดื่ม โดยบอกว่า “ไปซื้อเครื่องดื่มเย็นๆ มาให้หน่อย” ตรงนี้คุณตันเลยเกิดไอเดียว่า เอาชื่อนี่แหละ เลยเป็นที่มาของเครื่องดื่มชื่อว่า “เย็น เย็น” โดยคุณตัน อิชิตัน ซึ่งมียอดขายมากกว่าพันล้านบาท

ปรับปรุงและแก้ไขให้เหมาะกับลูกค้า

(อันนี้เรื่องเย็น เย็น จบแล้วนะครับ) เรื่องนี้เป็นตอนที่คุณตันทำชาเขียวใหม่ๆ และกำลังทำ Mockup คุณตันเลยลองนำไปวางในตู้แช่ ของร้านขายของชำ เพื่อสังเกตพฤติกรรมลูกค้า

ซึ่งในตู้แช่มีชาเขียวอยู่ 2 เจ้า เจ้าแรกขาย 20 บาท 500 cc อีกเจ้าหนึ่งขาย 12 บาท 350 cc

คุณตันเลยทำขนาดที่อยู่ระหว่างกลาง และราคา 15 บาท 420 cc

และลองสังเกตพฤติกรรมดูครั้งแรก ปรากฏว่าไม่มีใครหยิบของคุณตันเลย เพราะลูกค้าคิดว่าราคาแพง เพราะขวดเล็กกว่าของเขาแต่ขายในราคา 20 บาท

คุณตันได้ทราบปัญหาในขั้นแรก จึงพิมพ์ราคา 15 บาทลงไปบนฝา และนำไปวางในตู้อีกครั้ง

ปรากฏว่าครั้งนี้ คือเหมือนเดิม เพราะว่าลูกค้าไม่เห็นราคาที่ติดไว้ เพราะดันไปติดไว้บนฝา คุณตันเลยพิมพ์ลงไปบนฉลากให้มันรู้แล้วรู้รอด และนำไปวางอีกครั้ง

ครั้งนี้ลูกค้าเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีใครซื้อ เพราะสินค้าของคุณตันยังไม่ได้ทำการตลาด และยังไม่มีใครรู้จัก แต่ว่าคุณตันก็ประสบความสำเร็จในการเรียกความสนใจจากลูกค้าได้แล้ว ที่เหลือก็ปล่อยเป็นเรื่องของการตลาดไป

จบเรื่องของคุณตันครับ ทุกๆท่านคงจะสังเกตได้ว่า การทำ User Research นั้นไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนสูงเสมอไป การลงมือทำอะไรง่ายๆ และเห็นผลจริง แบบคุณตันก็สามารถช่วยให้สินค้าของเราเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

ทำนองเดียวกันกับการสร้าง Application หรือ Website ถ้าจะให้ดี เราควรร่าง Wireframe คร่าวๆ ก่อน และนำไปทดสอบกับผู้ใช้จริง ว่าติดขัดตรงไหนบ้างหรือเปล่า เพราะถ้าเรารู้ปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ เราสามารถแก้ไขได้ทันที โดยไม่มีอะไรเสียหาย ซึ่งดีกว่าการทำโปรดักให้เสร็จก่อน แล้วค่อยแก้ ตรงนี้แหละครับ ที่จะทำให้เราเสียทั้งเวลาและเสียทั้งเงินมากกว่าเดิมหลายเท่า

ปล. ฝากกดไลค์เพจด้วยครัช แล้วจะมาเขียนเรื่องมันส์ๆ ให้อ่านอีกครับ