กรณีศึกษา : คนใช้ Youtube เขามีปัญหาอะไรเหรอครับ?

กรณีศึกษา : คนใช้ Youtube เขามีปัญหาอะไรเหรอครับ?

กรณีศึกษาจากการสนทนาของกลุ่ม UxInThai เมื่อมีคนนำเว็บไซต์ที่เป็นเครื่องมือในการดูวิดีโอใน Youtube มาให้ชาว UX แนะนำและติชม งานนี้เลยได้ความรู้ไปเยอะเหมือนกัน 

ในกลุ่ม UxInThai ได้มีสมาชิกท่านหนึ่ง ได้ทำเว็บไซต์ทำนองว่า ช่วยให้เราสามารถดู Youtube และสามารถจัด Playlist ได้ง่ายๆ  ทำให้เราเล่นเพลงต่อกันได้เรื่อยๆ ตามคิวที่เราได้กำหนดไว้

สมาชิกในกลุ่มก็ต่างมาช่วยกันตอบแบบเรียกว่าจัดเต็ม เอาเป็นว่าใครเอาเว็บไซต์มาให้กลุ่มนี้ติชม คือได้คำติชมไปจริงๆ (ไม่เหมือนเว็บอะไรเสียวๆ สักอย่างนี่แหละ ที่มาให้ติชมเว็บไซต์ แต่จะไม่ได้อะไรจากที่นั่นเลย)

สมาชิกส่วนใหญ่จะช่วยกันตอบเรื่องการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นปัญหา หรือติดขัดตรงไหน ซะเป็นส่วนใหญ่

ทีนี้ ก็มาถึง อาจารย์แบงค์ (หรือพี่แบงค์ ซึ่งคนในกลุ่มหลายคนเป็นศิษย์ของเขา รวมถึงผมด้วย) ก็ตั้งคำถามว่า

“คนใช้ Youtube เค้ามีปัญหาอะไรเหรอครับ?”

ผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะมองคำถามนี้ยังไง แต่สำหรับผม คำถามนี้มันเปลี่ยนชีวิตผมตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา

มันทำให้ผมเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการ Validation ปัญหาต่างๆ จากแต่ก่อนค่อนข้างยุ่งยาก และไม่ชัดเจน

แต่คำถามนี้ทำให้ผมสามารถสร้าง Mind Set และวิธีการตั้งคำถามเบื้องต้นได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งทำให้เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ทุกครั้งที่มีไอเดียใหม่ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นของผมเอง หรือของคนอื่น ผมก็จะตั้งคำถามก่อนว่า “แล้วผู้ใช้….. เขามีปัญหาอะไรเหรอ?”

ถ้า Product ไหนตอบโจทย์นี้ได้ ก็จะเป็น Product ที่ดีที่สามารถแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้ได้จริง

ยกตัวอย่างเช่น Page365 ที่เพิ่งได้เงินทุนจำนวนมากเมื่อไม่นานมานี้ (หาดูข่าวได้ที่ Blognone ครับ)

ผมคลุกคลีกับคนในวงการ E-Commerce มาค่อนข้างนานเหมือนกัน (แต่ตัวเองไม่ได้ทำ -*- ) เพราะที่เชียงใหม่ จะมีกลุ่ม E-Commerce เชียงใหม่อยู่ ซึ่งผมและพี่ๆ ในกลุ่ม ได้ร่วมกันจัดงาน Meeting มาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน และแต่ละครั้งก็มักจะได้มุมมองใหม่ๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

สิ่งหนึ่งที่ผมได้รู้จากการอยู่ในกลุ่ม E-Commerce คือ คนไทยไม่อ่าน และ ช้าไม่ได้

คนไทยไม่อ่านคือ ถึงแม้ว่าคุณจะติดราคาตัวใหญ่ขนาด 72px หรือ 1,000px ก็ตาม ก็จะมีคำถามเรื่องราคาอยู่เสมอ

และช้าไม่ได้ คือถ้าเมื่อไหร่ที่คนไทยทักแชท Facebook มา ถ้าช้าเพียง 1 นาที นั่นหมายความว่าคุณจะหมดโอกาสทางธุรกิจทันที

อันนี้เป็นเรื่องจริง เพราะผมรู้จักกับพี่อ้อ ที่เป็นเจ้าของครีมมะขามพะเยาชื่อดัง ที่มีคนไลค์แฟนเพจเป็นแสน เขาต้องจ้างคนดูแล Facebook หลายคนเพื่อที่จะดูแล Facebook ตลอด 24 ชั่วโมง (กรุณาลืม Website ไปเลย เพราะน้อยมากที่จะสั่งผ่านทางเว็บไซต์)

นี่แหละ คือปัญหาหลักของวงการ E-Commerce ไทย คือ คนไทยไม่อ่าน และ ช้าไม่ได้ ซึ่ง Page 365 สามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้แบบ Critical Attack  (ศัพท์เกม) มากกกกกกกกกกกกกกก

นี่แหละครับ คือการ Validate ปัญหาเบื้องค้น

แล้ว Product ของคุณล่ะครับ ผู้ใช้ของคุณเค้ามีปัญหาอะไรเหรอครับ?

ปล. ฝากกดไลค์เพจด้วยครัช แล้วจะมาเขียนเรื่องมันส์ๆ ให้อ่านอีกครับ